เทคนิคขายของออนไลน์

ปัจจุบันการขายของออนไลน์หรือการทำธุรกิจโดยใช้อินเตอร์เน็ตนั้นเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องและมีแนวโน้มสูงขึ้นไปเรื่อยๆ ทั้งในแง่ของผู้คนที่หันมาใช้ช่องทางออนไลน์ในการค้าขายสินค้า และพฤติกรรมของผู้ซื้อที่ค่อยๆ เปลี่ยนจากการซื้อสินค้าตามแหล่งช้อปปิ้งต่างๆ มาเป็นการสั่งซื้อผ่านร้านค้าใน Social Media หรือแอปพลิเคชั่น บนมือถือที่ง่าย สะดวกและประหยัดเวลามากกว่า อีกทั้งปัจจัยด้านเทคโนโลยีการขนส่งที่ทันสมัยรวดเร็วและน่าเชื่อมั่นมากขึ้น ทำให้ปรากฏการณ์ที่ประชาชนทุกช่วงวัย แม้แต่ผู้สูงวัยก็เริ่มหันมาชื่นชอบการซื้อของในช่องทางออนไลน์มากขึ้น ซึ่งการที่มีประชาชนหันมาค้าขายและซื้อของทางออนไลน์แม้จะเป็นข้อดีของทั้งผู้ซื้อและผู้ขายแต่ก็ยังมีข้อท้าทายสำหรับเจ้าของร้านค้า ในแง่ของการปรับตัวให้ธุรกิจของตนเองอยู่รอดและเป็นที่นิยมท่ามกลางคู่แข่งในตลาดที่มีอยู่เป็นจำนวนมากให้ได้ 

เนื่องจากตามข้อมูลสถิติของ Priceza พบว่า สินค้าและบริการที่มีแนวโน้มที่จะเติบโตเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ได้แก่ กลุ่มเสื้อผ้าแฟชั่น รองลงมาได้แก่สินค้ากลุ่มสุขภาพและความงาม เช่น อาหารเสริม สกินแคร์ทั้งชายและหญิง เครื่องสำอาง อันดับต่อไปคือสินค้าจำพวกเฟอร์นิเจอร์ ของใช้ภายในบ้าน ต่อมาคือสินค้าที่เกี่ยวข้องกับกีฬา สัตว์เลี้ยง และของสะสมต่างๆ ส่วนอันดับสุดท้ายได้แก่สินค้าที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีเช่น โทรศัพท์ กล้อง และอุปกรณ์เสริมต่างๆ 

อย่างไรก็ตาม หากดูข้อมูลข้างต้นจะเห็นว่าสินค้าที่ได้รับความนิยมนั้น เป็นสินค้าที่มีร้านค้า พ่อค้าแม่ค้าเปิดร้านขายอยู่เป็นจำนวนมากอยู่แล้ว ทำให้ผู้ที่จะเริ่มธุรกิจใหม่วิตกว่าหากเปิดร้านค้าออนไลน์แล้วจะประสบความสำเร็จหรือไม่ บทความนี้เรามาดูกันว่าเทคนิคการขายของออนไลน์ที่ต้องทำอย่างไรบ้าง

no-shop-technique-online-selling

5 เทคนิคขานของออนไลน์ สร้างยอดขายได้ไม่มีตก

1. ใส่ใจกับการทำคอนเทนต์ 

ปัจจัยเริ่มต้นของการตัดสินใจซื้อสินค้า หรือเพียงแค่หันมาสนใจสินค้าของเราก็คือ คอนเทนต์ (content) หรือเขียนเนื้อหาโพสต์ของเราให้น่าสนใจ และเข้าใจง่าย และไม่ควรเขียนข้อที่เป็นการตั้งใจขายสินค้าที่ตรงหรือยัดเหยียดให้ลูกค้าซื้อสินค้าของเรามากเกินไป แต่ควรเขียนคอนเทนต์ที่แฝงการให้ความรู้ เทคนิคการใช้งานที่จะเพิ่มประสิทธิภาพให้สินค้า ความเป็นมาหรือพัฒนาการของสินค้า หรือความนิยมของสินค้าหรือบริการของเราในสังคมปัจจุบัน เป็นต้น เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกว่าคอนเทนต์เหล่านั้นมีประโยชน์และความรู้ที่น่าสนใจให้ติดตาม รวมไปถึงช่วยเพิ่มมูลค่าให้สินค้าของเรา เพิ่มความรู้สึกว่าสินค้าของเรานั้นไม่มีไม่ได้แล้วนั้นเอง

2. รีวิวจากลูกค้าทรงพลังกว่าโฆษณาใดๆ ทั้งสิ้น

ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นกับร้านค้าที่ได้รับความนิยม หรือติดกระแสนานๆ มีลูกค้าหลั่งไหลเข้ามาสั่งออเดอร์อย่างต่อเนื่อง ปัจจัยสำคัญก็คือกลุ่มลูกค้าที่เคยใช้สินค้าหรือบริการกับร้านค้ามาก่อนหน้านี้แล้วไปแนะนำต่อให้คนใกล้ตัวลองไปใช้ต่อนั้นเอง หรือที่เราเคยได้ยินกันว่า “ปากต่อปาก” นั้นเอง ซึ่งการทำแบบนี้จะเป็นเหมือนการให้ผู้ใช้สินค้าเราจริงๆ ได้ไปโปรโมทสินค้าแทนเรา ซึ่งมีประสิทธิภาพมากกว่าการทำโฆษณาเองในแง่ที่ว่า การโฆษณานอกจากจะมีค่าใช้จ่ายเยอะแล้ว การให้คนรู้จักวางใจได้แนะนำกันสินค้าและแบรนด์ของเราจะยิ่งดูน่าเชื่อถือมากขึ้นด้วย 

โดยเทคนิคง่ายๆ ที่เราสามารถทำได้ก็คือเปิดช่องทางให้ลูกค้าสามารถแสดงความคิดเห็น หรือให้คะแนนสินค้าของเราได้หลายๆ ช่องทางเพื่ออำนวยความสะดวกให้ลูกค้า (การมีขั้นตอนที่ซับซ้อนมากก่อนไปทำให้ลูกค้าที่ไม่มีเวลาเยอะไม่อยากรีวิวสินค้าของเราได้) เมื่อมีช่องทางที่พร้อมแล้วหลังการขายเสร็จเราควรบอกลูกค้าที่ซื้อสินค้าและบริการของเราให้ช่วยรีวิวสินค้าให้ด้วย เพียงเท่านี้เราก็จะได้ความเห็นจากลูกค้าที่ใช้สินค้าของเราจริงๆ มาเป็นตัวการันตีประสิทธิภาพของสินค้าเราโดยไม่ต้องจ่ายค่าโฆษณาที่แสนแพงแล้ว

3. Infographic ช่วยทำให้สินค้าเราแตะตามากขึ้น

Infographic ก็คือ การย่อยข้อมูลความรู้มาเป็นภาพกราฟิกที่เข้าใจง่าย ซึ่งเหมาะกับคนในสังคมปัจจุบันที่ต้องใช้เวลาในการทำสิ่งต่างๆ ในเวลาเดียวกันหลายๆอย่าง การย่อยข้อมูลให้อยู่ในรูปแบบที่เข้าใจง่ายจะทำให้ผู้เห็นรู้สึกว่าตอบโจทย์พวกเขา อีกทั้งยังทำให้ข้อมูลความรู้เรื่องสินค้าของเราดูน่าสนใจมากขึ้น และไม่น่าเบื่ออีกด้วย นอกจากการย่อยข้อมูลของสินค้าแล้วเราอาจจะลองทำ Infographic ที่จะเป็นประโยชน์แก่ลูกค้าของเรา อย่างเช่น กรณีที่สินค้าที่ลูกค้าถามบ่อยๆ ขั้นตอนในการสั่งซื้อ วิธีใช้งานสินค้า เป็นต้น เพิ่มขึ้นก็ได้

4. สร้างความเชื่อมั่นให้ลูกค้าด้วยการรับประกันสินค้า

การตัดสินใจซื้อสินค้าทางออนไลน์ที่ลูกค้ากับพ่อค้าแม่ค้าพูดคุยกันผ่านข้อความ หรือบางครั้งก็ผ่านระบบคอมพิวเตอร์ทำให้ลูกค้ารายใหม่ที่พึ่งจะหันมาสั่งซื้อของออนไลน์ยังลังเลและไม่แน่ใจเพราะไม่ได้สัมผัสกับตัวสินค้าด้วยตัวเอง ทำให้กลัวจะสินค้าที่ไม่ได้คุณภาพ ดังนั้นหากเราต้องการสร้างความเชื่อมั่นให้ลูกค้า การรับประกันสินค้า นับว่าเป็นตัวช่วยที่ดีได้ทีเดียวเนื่องจากการรับประกันสินค้าว่าหากไม่ดีจริงลูกค้าสามารถเปลี่ยนใหม่ได้ หรือคืนเงินให้ทันที ลูกค้าจะเห็นความมั่นใจและจริงใจของเรามากขึ้น ว่าสินค้าของเรามีคุณภาพจริงเราถึงกล้ารับประกันโดยแลกกับการรับผิดชอบค่าเสียหายกับลูกค้า แต่ทั้งนี้เราต้องมั่นใจก่อนว่าสินค้าและบริการของเรามีประสิทธิภาพและคุณภาพจริง ไม่เช่นนั้นเราอาจจะได้รับความเสียหายจากการนำเทคนิคนี้ไปใช้แน่นอน


4 เทคนิคขายของออนไลน์ สร้างยอดขายไวไม่มีตก