ใครที่ขายของผ่านเพจ Facebook อาจจะเคยเห็นปุ่มที่เขียนว่า Boost post หรือโปรโมทเพจ ที่หน้าเพจซึ่งเราสามารถทำได้ด้วยตัวเอง แค่กำหนดจำนวนเงิน เลือกวันเวลาที่จะลงก็เป็นอันจบ แต่จริงๆแล้ว Facebook นั้นมีอะไรให้ทำอีกเยอะสำหรับการทำโฆษณาผ่านช่องทางนี้ ซึ่งเรียกว่า ad manger หรือ ตัวจัดการโฆษณา ที่เราสามารถปรับเปลี่ยนหรือกำหนดพร้อมวิเคราะห์ผลในเชิงลึกได้มากยิ่งขึ้น

แต่หลายครั้งคนอาจจะยังสงสัยการ boost post กับ Facebook Ads ต่างกันอย่างไร การ boost post ก็คือการโปรโมทเพจให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น เพื่อให้คนเข้าถึงเพจหรือคอนเทนที่ทำเราให้มากที่สุด ซึ่งการแสดงผลจะออกมาหน้าตาเหมือนกับ Facebook ads เลย จึงเป็นสาเหตุที่คนสงสัยว่าแล้วต่างอะไรกับการทำ Facebook ads โดยวัตถุประสงค์ของการ boost post มีเพื่อการรับรู้ของแบรนด์สินค้า และสร้าง engagement ให้คนเข้ามาคอมเมนท์ หรือส่งข้อความมาหาเรา ซึ่งผลลัพธ์ก็ออกมาเป็น ยอด ไลค์ แชร์ คอมเมนท์

ส่วน Facebook ads นั้นคือการลงโฆษณาสินค้าออนไลน์ผ่าน Facebook ที่เราสามารถปรับแต่งเป้าหมายได้ตามต้องการโดยแบ่งออกเป็น 3 ส่วนด้วยกันก็คือ 1. Awareness  2.Considerataion  3.Conversion  โดยการที่เราจะยิงโฆษณา Facebook ads ได้เราต้องใช้ตัวจัดการโฆษณาของ Facebook ซึ่งเป็นเครื่องมือใช้สำหรับตัวจัดการโฆษณา และระบุเป้าหมายด้วยเครื่องมือเดียว

รู้จักฟีเจอร์ของเรา             สมัครสมาชิก

โดยเครื่องมือตัวจัดการโฆษณานั้นไม่เหมาะสำหรับการตั้งค่าอะไรต่างๆผ่านมือถือ จำเป็นที่จะต้องทำผ่าน คอมพิวเตอร์เพราะฟังก์ชั่นบางอย่างยังไม่สนับสนุนการใช้งานผ่านมือถือ สำหรับขั้นตอนการลงโฆษณานั้น ต้องมีอะไรบ้างมาดูกัน

1. สร้างบัญชีเพื่อใช้งานตัวจัดการโฆษณา ในการปรับปรุง แก้ไข หรือวิเคราะห์ผลลัพธ์การยิงโฆษณาผ่าน Facebook ads

2. สร้าง Campaign ซึ่งตัวจัดการโฆษณานั้นสามารถที่จะตั้งค่าได้ว่าเราต้องการจะเน้นที่กลุ่มไหนอย่างที่กล่าวข้างต้นก็คือ

Awareness  มุ่งเน้นให้แบรนด์เป็นที่รู้จัก โดยผลลัพธ์จะเป็นยอด ไลค์ แชร์ คอมเมนต์ เพื่อให้เข้าสู่วงกว้าง

Considerataion มุ่งเน้นให้กลุ่ม target เรานั้นเข้ามาในเว็บไซต์ เพิ่มโอกาสให้ดาวโหลดแอพ เพิ่มยอดชมวีดีโอเพื่อจำนวนลูกค้า ด้วยการเก็บลูกค้าผ่านฟอร์ม หรือ เพิ่มโอกาสให้ target message เข้ามาใน Facebook

Conversion มุ่งเน้นเรื่องยอดธุรกิจโดยให้กลุ่ม target เข้ามาซื้อสินค้า หรือลงทะเบียนสมัครใช้งานหรือรับข่าวสาร หรือหากใครต้องการจะแชร์ว่าเรามีขายของอยู่ตรงไหน ก็สามารถใช้ conversion ในการทำได้

3. กำหนด budget เราสามารถกำหนดงบโฆษณาแต่ละครั้งได้ เพื่อให้งบไม่บานปลาย

4. กำหนดกลุ่มเป้าหมาย โดยตัวจัดการโฆษณาสามารถ Set เป็น ad set ได้เพื่อให้กลุ่มเป้ามายตรงมากที่สุด ยิ่งแม่นหรือละเอียดมากเท่าไหร่ จะทำให้โฆษณาเรามีประสิทธิภาพมากขึ้นเท่านั้น

โดย Target audience สามารถที่จะ Custom audience โดยใช้ข้อมูลจากธุรกิจเรา หรือจะใช้ Lookalike โดยจะเป็นกลุ่มเป้าหมายใหม่ที่มีความคล้ายคลึงลูกค้าเก่าของเรา

แต่หากเราข้อมูลยังไม่เยอะพอ ตัวจัดการโฆษณาก็มี ฟังก์ชั่นที่เราสามารถใช้กำหนดได้ เช่น ความสนใจ พฤติกรรม ข้อมูลประชากร เบื้องต้น

5. กำหนดพื้นที่โฆษณา เราสามารถกำหนว่าจะให้เห็นผ่าน platform ไหนบ้าง Facebook , Instagram ,message รวมถึงการให้เห็นเฉพาะมือถือหรือคอมพิวเตอร์ก็สามารถตั้งค่าได้อีกด้วย

6. สร้าง Ads โดยตัวจัดการโฆษณาสามารถที่จะกำหนดได้ว่าจะเป็น ads สร้างใหม่ หรือ เป็น ads ที่เคยทำ ซึ่งขั้นตอนเราสามาถสร้างรูปแบบเป็น image, video , หรือภาพ สไลด์ก็สามารถทำได้

7. สุดท้ายการเขียน caption ให้ปังให้โดดเด่นเพื่อดึงดูดกลุ่มเป้าหมาย 

8. หลังจากนีก็กด publish ได้เลย

การลงโฆษณา Facebook เป็นเพียงหนึ่งตัวเลือกที่จะทำให้กลุ่มเป้าหมายเราได้เห็น content หรือ สินค้าของเราที่ต้องการโปรโมท แต่ก็ไม่ได้การันตี 100% ได้ว่าจะได้ลูกค้าแน่นอน เราต้องมีการทดลองหลายๆแบบ หลายๆ Target เพื่อให้การยิงโฆษณาเรานั้นแม่นที่สุด

สำหรับใครที่สนใจอ่านบทความดีๆแบบนี้สามารถติดตามได้ที่ www.fillgoods.co เรามีบทความที่เป็นในเชิงความรู้และบทความอ่านสบายๆมาให้อ่านกัน และสำหรับใครที่ยังไม่มีระบบหลังบ้านสำหรับร้านค้าออนไลน์ดีๆใช้ ลองมาสมัคร Fillgoods ใช้ฟรี  ด้วยฟีเจอร์สร้างออเดอร์ ที่ให้คนขายออนไลน์สามารถกรอกข้อมูล ชื่อ ที่อยู่ เบอร์ ทั้งผู้ส่งและผู้รับ รายละเอียดสินค้าและสถานะชำระเงินได้ในครั้งเดียว พร้อมกับสามารถสั่งพิมพ์แบบฟอร์มใบปะหน้าพัสดุออกมาได้ทันที ในรูปแบบที่สวยงาม ข้อมูลครบถ้วน ตัวหนังสืออ่านง่ายสะดวกกับพนักงานแพ็คสินค้าและพนักงานขนส่ง รองรับเครื่องปริ้นท์ได้หลายชนิด ทั้งเครื่องปริ้นท์ขนาดมาตรฐาน เครื่องปริ้นท์สติ๊กเกอร์ และเครื่องปริ้นท์แบบพกพา

เมื่อแพ็คเสร็จเรียบร้อยร้านค้าสามารถเรียกรถขนส่งผ่านระบบ Fillgoods ให้เข้ารับพัสดุถึงหน้าร้านได้ทันที พร้อมระบบ Tracking ที่สามารถเช็คสถานนะสินค้าภายในระบบได้แบบเรียลไทม์ มั่นใจได้ว่าสินค้าจะส่งถึงปลายทางได้แบบปลอดภัยแน่นอนFillgoods ระบบจัดการร้านค้าออนไลน์ โปรแกรมไลฟ์สดผ่าน Facebook Live สามารถสมัครใช้งานได้แบบไม่มีค่าใช้จ่าย สนใจสมัครใช้งานสามารถติดต่อเจ้าหน้าที่ได้ที่นี่

มีปัญหาเรื่องธุรกิจออนไลน์ อยากใช้ระบบจัดการร้านค้า โทรปรึกษา Fillgoods ฟรี!

โทรเลย 021146800 กด 1

วันจันทร์ – วันศุกร์
เวลา 09.00 – 18.00 น.

รู้จักฟีเจอร์ของเรา             สมัครสมาชิก

ชี้เป้าตัวจัดการโฆษณาระบบหลังบ้าน ที่คนขายออนไลน์ต้องรู้