ด้วยโลกอินเตอร์เน็ตที่เข้าถึงได้ทุกหย่อมหญ้า การสั่งของจากต่างประเทศจึงกลายเป็นเรื่องง่ายที่หลาย ๆ คนมักทำกัน เพราะประเด็นสำคัญอยู่ที่การซื้อของในราคาที่ถูกกว่าเมื่อเทียบกับการซื้อตามร้านตัวแทนในเมืองไทยที่มีการบวกภาษีเพิ่มเติมเข้าไปด้วย อย่างการสั่งผ่านเว็บไซต์ต่างประเทศที่ปัจจุบันมีตัวเลือกเยอะ เช่น amazon.com, iherb.com, fromjapan.co.jp, aliexpress.com ฯลฯ จะถูกมองว่าราคาถูกกว่าแต่ก็ยังคงหลีกเลี่ยงเรื่องภาษีไม่ได้เช่นกัน ดังนั้นเพื่อให้ประหยัดเงินทุนในกระเป๋ามากที่สุด จึงอยากให้ทำความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องนี้ นอกจากจะได้ของตามต้องการในราคาถูกลง ยังไม่ผิดกฎหมายและอาจต้องเสียภาษีหนักกว่าเดิมด้วย

การสั่งของจากต่างประเทศต้องเสียภาษีเท่าไหร่

ทุกครั้งที่มีการสั่งของจากต่างประเทศจะต้องเสียภาษีที่เรียกว่า “ภาษีนำเข้า” ในกรณีที่มูลค่าสินค้านั้น ๆ เกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนดไว้ นั่นคือ เมื่อทำการสั่งซื้อสินค้าจากต่างประเทศแล้วมีราคา CIF (ราคาศุลกากร (ค่าสินค้า + ค่าใช้จ่ายในการจัดส่ง + ค่าประกันภัย) สูงกว่า 1,500 บาท ซึ่งอัตราภาษีนั้นจะขึ้นอยู่กับหมวดหมู่ของสินค้า จะต้องมีการเสียภาษีนำเข้า และถ้าหากเจ้าหน้าที่พบว่าสินค้าดังกล่าวมีการแสดงราคาเป็นเท็จ คือ ราคาไม่ตรงกับความเป็นจริง เช่น ซื้อกระเป๋าแบรนด์เนมราคาหลักหมื่น แต่ทำเอกสารว่าซื้อกระเป๋าทั่วไปในราคารวมทุกอย่างแล้วไม่เกิน 1,500 บาท จะต้องมีการเสียภาษีเพิ่มเติมในมูลค่าที่สูงขึ้นไปอีก

จากที่กล่าวมานี้จึงสามารถใช้สูตรในการคำนวณค่าใช้จ่ายคร่าว ๆ ในการเสียภาษีเมื่อสั่งของจากต่างประเทศ ได้คือ (สินค้าราคา CIF x อัตราภาษีนำเข้า) + VAT 7% + ค่าดำเนินการ = ภาษีทั้งหมดที่ต้องจ่าย

รู้จักฟีเจอร์ของเรา             สมัครสมาชิก

อัตราเสียภาษีนำเข้าในการสั่งของจากต่างประเทศเป็นอย่างไรบ้าง

ตามที่กล่าวเอาไว้ว่าในการสั่งของจากเว็บต่างประเทศจะต้องมีการเสียภาษีนำเข้าซึ่งในส่วนของอัตราภาษีนี้จะขึ้นอยู่กับประเภทของสินค้านั้น ๆ ว่าเป็นกลุ่มใด โดยคร่าว ๆ กฎหมายได้มีการกำหนดอัตราภาษีนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศเอาไว้ดังนี้

  • เครื่องแต่งกาย หมวก รองเท้า เครื่องสำอาง น้ำหอม ร่ม ผ้าห่ม อัตราภาษีนำเข้า 30%
  • กระเป๋าอัตราภาษีนำเข้า 20%
  • ซีดี ดีวีดี เพาเวอร์แบงค์ หูฟังทุกประเภท อัลบั้มเพลง อัลบั้มคอนเสิร์ต ตุ๊กตา อัตราภาษีนำเข้า 10%
  • แว่นกัดแดด แว่นตา นาฬิกา อัตราภาษีนำเข้า 5% 
  • กลุ่ม Photobook, นิตยสาร คีย์บอร์ด เมาส์คอมพิวเตอร์ ได้รับการยกเว้นภาษีนำเข้า แต่ยังคงต้องจ่าย VAT 7% เช่นเดิม

สินค้านำเข้าประเภทไหนที่ไม่ต้องเสียภาษีนำเข้า

นอกจากการนำเข้าสินค้าทั่วไปที่ราคาต่ำกว่า 1,500 บาท ไม่ต้องเสียภาษีนำเข้าแล้วก็ยังมีสินค้าบางรายการหรือบางประเภทที่ได้รับยกเว้นในค่าใช้จ่ายส่วนนี้ด้วยเช่นกัน ประกอบไปด้วย

  • ของใช้ส่วนตัวที่นำมาจากต่างประเทศมูลค่ารวมต่ำกว่า 10,000 บาท
  • สินค้าปลอดภาษี (Duty Free) มูลค่ารวมต่ำกว่า 20,000 บาท
  • บุหรี่ต่ำกว่า 200 มวน หรือ ยาสูบน้ำหนักน้อยกว่า 250 กรัม
  • เครื่องดื่มแอลกอฮอล์มีปริมาณน้อยกว่า 1 ลิตร

ต้องการสั่งของจากต่างประเทศ แต่อยากเสียภาษีให้น้อยที่สุด ควรทำอย่างไรดี

มาถึงปัญหาคาใจที่หลาย ๆ คนอยากรู้มาก ๆ หากจำเป็นหรือต้องการสั่งของจากต่างประเทศ แต่ไม่อยากโดนภาษีนำเข้าแพง ๆ จะมีวิธีใดช่วยให้ลดค่าใช้จ่ายส่วนนี้ลงได้บ้าง มาหาคำตอบกัน

1. ใช้การระบุว่าเป็นของฝาก / ของขวัญ Gift

วิธีแรกในการสั่งของที่มาจากต่างประเทศโดยไม่อยากเสียภาษีนำเข้า ให้ทางร้านเป็นผู้ระบุว่าของชิ้นนี้คือของฝาก ของขวัญ (Gift) แต่ทั้งนี้ต้องตั้งอยู่บนเงื่อนไขที่ว่า น้ำหนักสินค้าไม่เยอะ หรือมีขนาดไม่ใหญ่โตจนเกินไปนัก

2. ระบุว่า No Commercial Value

อธิบายง่าย ๆ คือ เป็นการบอกกับกรมศุลกากรว่า สินค้าชิ้นนี้ไม่ได้ถูกนำเข้ามาเพื่อการค้า การพาณิชย์ แต่ก็ยังต้องอยู่บนพื้นฐานว่าขนาดสินค้าไม่ใหญ่หรือน้ำหนักสินค้าไม่เยอะจนเกินไป

3. เลือกการขนส่งทางไปรษณีย์แบบลงทะเบียน

อีกเทคนิคดี ๆ ที่จะช่วยให้การโดนตรวจสอบเรื่องภาษีนำเข้าน้อยลง นั่นคือ การแจ้งกับทางร้านต่างประเทศว่าต้องการส่งสินค้าผ่านไปรษณีย์แบบลงทะเบียน ด้วยส่วนใหญ่การขนส่งสินค้าผ่านช่องทางนี้ในแต่ละวันจะมีจำนวนเยอะมาก การตรวจสอบของกรมศุลกากรจะไม่ค่อยเข้มงวดเหมือนกับการส่งผ่านเอกชน แถมยังมีค่าขนส่งถูกกว่า แม้จะรอของนานไปสักนิดแต่ภาพรวมนับว่าคุ้มมากทีเดียว

4. แยกประเภทสินค้าออกเป็นหมวดต่าง ๆ ให้ชัดเจน

อย่างที่กล่าวไปแล้วว่าเมื่อสั่งของจากต่างประเทศจะมีอัตราภาษีนำเข้าต่างกันออกไป ดังนั้นหากรู้ว่ายังไงก็ต้องเสียแน่ ๆ เพราะสั่งของมาเยอะ แนะนำให้แยกประเภทหมวดหมู่สินค้าที่จะส่งแล้วระบุลงไปให้ชัดเจน เช่น เสื้อผ้าแยกเป็นกล่องหนึ่ง, นิตยสาร หนังสือ แยกเป็นอีกกล่อง แล้วจึงค่อยใส่รวมมาในกล่องใหญ่ทีเดียว การแยกประเภทแบบนี้จะไม่ทำให้โดนศุลกากรเหมารวมแล้วต้องจ่ายภาษีนำเข้าในอัตราเท่ากันหมด ทั้งที่บางอย่างเสียน้อยกว่า หรือไม่เสียเลย

นี่คือเรื่องราวเกี่ยวกับการสั่งของจากต่างประเทศเข้ามาใช้งานแล้วมีภาษีเข้ามาเกี่ยวข้องตามที่ระบุไว้ จริง ๆ แล้วการเสียภาษีคือหน้าที่และสิ่งที่ต้องทำของคนไทยทุกคน แต่ก็เข้าใจดีว่าในการเลือกซื้อสินค้าดี ๆ ก็มักมีราคาสูงอยู่แล้ว ช่องทางไหนที่จะช่วยประหยัดเงินเพิ่มเติมได้มักเป็นสิ่งที่ทุกคนอยากทำ ดังนั้นวิธีเหล่านี้จะช่วยให้ทุกคนเสียเงินน้อยลง

รู้จักฟีเจอร์ของเรา             สมัครสมาชิก

สั่งของจากต่างประเทศทำอย่างไรให้เสียภาษีน้อยที่สุด มาดูวิธีกัน