หลักประกันสุขภาพของคนไทยประเภทหนึ่งที่ปกติแล้วบรรดาลูกจ้าง พนักงานบริษัทต่าง ๆ จะได้รับนั่นคือ สิทธิประกันสังคม เปรียบเสมือนเงินสะสมที่เวลาเจ็บป่วยก็รักษาในโรงพยาบาลตามที่ตนเองมีสิทธิได้ฟรี หรืออาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมเล็กน้อย รวมถึงเมื่อปลดเกษียณยังมีเงินเก็บไว้ใช้ด้วย แต่สำหรับพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ที่เลือกทำงานอาชีพอิสระและอยากมีสิทธิประกันตนแบบเดียวกับพนักงานออฟฟิศบ้าง จะสามารถทำได้หรือไม่? เป็นเรื่องที่คนทำมาค้าขายไม่ควรมองข้าม เพราะมันคือประโยชน์ที่ตนเองจะได้รับ

ประกันสังคมคืออะไร

สิทธิประกันสังคม คือสวัสดิการอย่างหนึ่งที่ทางรัฐบาลจัดทำขึ้นให้กับลูกจ้าง แรงงานในรูปแบบองค์กร โดยทั้งตัวลูกจ้างและนายจ้างมีหน้าที่ส่งเงินสมทบเพื่อเข้ายังกองทุนประกันสังคมตามที่กฎหมายได้กำหนดเอาไว้ (คนละครึ่ง) จำนวนเงินที่ส่งเข้าประกันสังคมจะเป็น 5% ของฐานเงินเดือนและจ่ายสูงสุดไม่เกิน 750 บาท จ่ายชำระทุกเดือน เพื่อสร้างหลักประกันให้กับลูกจ้างทุกคนในการใช้ชีวิต ทั้งในเรื่องของการเจ็บป่วยไม่ว่าระหว่างการทำงาน หรือนอกเวลางาน รวมถึงยังเป็นการออมเงินเพื่อเก็บไว้ใช้ในอนาคตหลังเกษียณอายุด้วย 

โดยการตอบแทนของสิทธิประกันสังคมที่เกิดขึ้นนั้นจะพบได้เมื่อลูกจ้าง หรือ แรงงานผู้ที่ส่งเงินสมทบเข้าไปแล้วเกิดอาการเจ็บป่วย ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล, การคลอดบุตร ทางประกันสังคมจะช่วยแบ่งเบาภาระในเรื่องนี้ รวมถึงกรณีว่างงาน, ชราภาพ, สงเคราะห์บุตร และการเสียชีวิต ผู้ประกันตนจะได้รับสิทธิตอบแทนเป็นเงินตามมูลค่าที่กำหนดไว้เพื่อการดูแลหรือทดแทนรายได้

รู้จักฟีเจอร์ของเรา             สมัครสมาชิก

รู้จัก “ประกันสังคม” มาตรา 40 อาชีพอิสระ ที่คนขายของออนไลน์ก็มีสิทธิ

ในอดีตนั้นการทำประกันสังคมจะมีเฉพาะลูกจ้าง หรือพนักงานที่ทำงานกับองค์กรต่าง ๆ เป็นข้อปฏิบัติตามกฎหมายว่าแรงงานในกลุ่มดังกล่าวจะต้องทำเพื่อผลประโยชน์ของตนเอง (ภาคบังคับ) แต่ด้วยความที่สิทธินี้ยังไม่ครอบคลุมถึงผู้ประกอบอาชีพอิสระ โดยเฉพาะบรรดาพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ ที่มองว่าตนเองก็ต้องการสิทธิประกันสังคมเพื่อเป็นหลักประกันให้กับชีวิตเช่นกัน ดังนั้นจึงได้มีการจัดทำ ประกันสังคม มาตรา 40 ขึ้น เพื่อให้ผู้ประกอบอาชีพอิสระสามารถเข้าถึงหลักประกันดังกล่าวที่รัฐบาลมีให้

โดยสิทธิประกันสังคม มาตรา 40 นี้ จะเป็นเงื่อนไขของบรรดาผู้ทำอาชีพอิสระ กลุ่มแรงงานนอกระบบ ไม่เคยเข้าระบบการทำงานกับองค์กรใด ๆ มาก่อน (ถ้าเป็นพนักงานองค์กรจะทำมาตรา 33 แบบปกติ และกรณีเคยเป็นพนักงานองค์กร เคยมีการจ่ายเงินสมทบประกันสังคมตามมาตรา 33 เกิน 12 เดือน และออกจากงานเกิน 6 เดือน จะถูกปรับให้เป็นมาตรา 39 หากต้องการส่งเงินสมทบต่อ) มีเกณฑ์อายุระหว่าง 15-60 ปี มีทางเลือกให้กับผู้ประกันตน 3 รูปแบบคือ

1. จ่ายเงินสมทบ 100 บาท / เดือน แบ่งเป็นจ่ายด้วยตนเอง 70 บาท และรัฐบาลช่วยเหลือ 30 บาท ได้รับสิทธิประกันสังคมเพื่อการคุ้มครองในขั้นพื้นฐาน 3 กรณี ได้แก่ ประสบอุบัติเหตุ / เจ็บป่วย, ทุพพลภาพ และเสียชีวิต

2. จ่ายเงินสมทบ 150 บาท / เดือน แย่งเป็นจ่ายด้วยตนเอง 100 บาท และรัฐบาลช่วยเหลือ 50 บาท ได้รับสิทธิประกันสังคมเพื่อการคุ้มครอบในขั้นพื้นฐาน 4 กรณี ได้แก่ ประสบอุบัติเหตุ / เจ็บป่วย, ทุพพลภาพ, เสียชีวิต และ ชราภาพ (จ่ายเป็นเงินบำเหน็จ)

3. เป็นรูปแบบการจ่ายเงินสมทบที่แบ่งออกได้ 3 รูปแบบ ประกอบไปด้วย

3.1 จ่ายเงินสมทบ 200 บาท / เดือน แบ่งเป็นจ่ายด้วยตนเอง 100 บาท รัฐบาลช่วยเหลือ 100 บาท รับสิทธิคุ้มครอง 1 กรณี ได้แก่ ชราภาพ (จ่ายเป็นเงินบำนาญ)

3.2 จ่ายเงินสมทบ 300 บาท / เดือน แบ่งเป็นจ่ายด้วยตนเอง 170 บาท รัฐบาลช่วยเหลือ 130 บาท รับสิทธิคุ้มครอง 4 กรณี คือ 1 + 3.1

3.3 จ่ายเงินสมทบ 350 บาท / เดือน แบ่งเป็นจ่ายด้วยตนเอง 200 บาท รัฐบาลช่วยเหลือ 150 บาท รับสิทธิคุ้มครอง 5 กรณี คือ 2 + 3.1 

จากที่กล่าวมานี้จึงสรุปได้ว่า บรรดาพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ หรือคนประกอบอาชีพอิสระ แรงงานนอกระบบก็มีสิทธิได้รับความคุ้มครองจากหลักประกันตนนี้ด้วยเช่นกัน ซึ่งจะเลือกได้ตามรูปแบบที่ตนเองมองว่าเหมาะสม

คนมีกิจการสามารถส่งประกันสังคมให้พนักงานได้หรือไม่

สำหรับคนที่มีกิจการในรูปแบบนิติบุคคลหรือเป็นเจ้าของคนเดียว (มีการจดทะเบียน) ต้องมีการทำเรื่องเพื่อขึ้นทะเบียนนายจ้างและลูกจ้าง ไม่เกิน 30 วัน เมื่อมีการรับลูกจ้างคนดังกล่าวเข้ามาทำงาน ไม่อย่างนั้นจะถือว่าผิดกฎหมายและต้องถูกดำเนินคดีโทษจำคุก 6 เดือน ปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยการส่งเงินประกันสังคมนั้นทางนายจ้างเองสามารถทำการส่งให้กับพนักงานจาก 5% ของฐานเงินเดือนพนักงานคนนั้น แต่ไม่เกิน 750 บาท / เดือน โดยเป็นการแบ่งส่งคนละครึ่ง อย่างไรก็ตามบุคคลที่ขึ้นทะเบียนเป็นนายจ้างแล้วจะไม่สามารถยื่นขอใช้สิทธิประกันสังคมได้

ทั้งนี้นายจ้างเองสามารถดำเนินการส่งประกันสังคมให้กับพนักงานได้เลย โดยการหักเงินสมทบจากการจ่ายค่าจ้างในทุกเดือนตามที่กฎหมายกำหนดและรวมกับเงินที่นายจ้างต้องออกให้ ด้วยวิธีจ่ายเงินสด / เช็ค ที่สำนักงานประกันสังคมจังหวัด หรือส่งผ่านธนาคารกรุงไทย / ธนาคารกรุงศรีอยุธยา / ธนาคารธนชาต สาขาใกล้เคียงหรือในจังหวัดที่ประกอบกิจการ

ดูแลกิจการและพนักงานให้เติบโตอย่างมั่นคง ด้วยระบบ Fillgoods

เมื่อรู้ถึงสิทธิประกันสังคมที่บรรดาพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์จะได้รับกันแล้ว และอยากพัฒนาธุรกิจของตนเองให้มั่นคงยิ่งขึ้น ระบบ Fillgoods สามารถช่วยได้ เพราะเราคือแพลตฟอร์มระบบจัดการร้านค้าออนไลน์ มีการนำเอาเทคโนโลยีและฟีเจอร์ต่าง ๆ เข้ามาใช้งานในระบบพร้อมแก้ไขปัญหาที่พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ต้องพบเจอให้กลายเป็นเรื่องง่าย ทั้งการจัดเก็บคลังสินค้า, ระบบการสร้างออเดอร์, แพ็คออเดอร์, ระบบการขนส่ง เมื่อกิจการเติบโตจากการเป็นผู้ใช้สิทธิประกันสังคม มาตรา 40 ก็มีโอกาสเปลี่ยนเป็นนายจ้างและขยายธุรกิจต่อไปในอนาคตอย่างยั่งยืน 

มีปัญหาเรื่องธุรกิจออนไลน์ อยากใช้ระบบจัดการร้านค้า โทรปรึกษา Fillgoods ฟรี!

โทรเลย 021146800 กด 1

วันจันทร์ – วันศุกร์
เวลา 09.00 – 18.00 น.

รู้จักฟีเจอร์ของเรา             สมัครสมาชิก

สิทธิประกันสังคม เรื่องที่พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ควรรู้ เพื่อประโยชน์ของตนเอง